iPhone 18 อาจกำลังเข้าสู่ยุคที่ราคาขยับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลัง TrendForce บริษัทวิจัยตลาดเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ ประเมินว่า iPhone 18 รุ่นใหม่อาจมีราคาสูงขึ้นประมาณ 10–20% จากรุ่นก่อนหน้า ขณะที่ต้นทุนชิ้นส่วน หรือ BOM ของ iPhone 18 Pro ความจุ 256GB อาจเพิ่มขึ้นถึง ประมาณ 38% เมื่อเทียบกับปีก่อน
เบื้องหลังการขึ้นราคาครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงเรื่องของสเปกใหม่ แต่หนึ่งในตัวแปรสำคัญคือ ต้นทุน Memory ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง ซึ่งกำลังได้รับแรงกดดันจากความต้องการของอุตสาหกรรม AI และ Data Center
iPhone 18 อาจขึ้นราคา 10–20%
ข้อมูลล่าสุดจาก TrendForce ระบุว่า ราคาของ iPhone 18 รุ่นใหม่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นประมาณ 10–20% เนื่องจากต้นทุนฮาร์ดแวร์ที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะต้นทุนหน่วยความจำ
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังเป็น การคาดการณ์จาก TrendForce ไม่ใช่ราคาขายอย่างเป็นทางการของ Apple โดยราคาจริงจะต้องรอ Apple ประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
TrendForce ประเมินว่า Apple อาจเลือกขึ้นราคาในระดับที่ไม่เต็มจำนวนตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เพราะบริษัทต้องคำนึงถึงกำลังซื้อของผู้บริโภคและการแข่งขันในตลาดสมาร์ตโฟนด้วย
พูดง่าย ๆ คือ ต้นทุนอาจขึ้นเกือบ 40% แต่ราคาขายอาจไม่ได้ขึ้น 40% ตามไปด้วย
เหตุผลหนึ่งคือ Apple อาจยอมลดอัตรากำไรบางส่วน เพื่อไม่ให้ราคาขายกระโดดมากจนกระทบยอดขายและส่วนแบ่งตลาด
ต้นทุน iPhone 18 Pro อาจพุ่งเกือบ 40%
ประเด็นที่น่าสนใจยิ่งกว่าราคาขาย คือ ต้นทุนการผลิต
TrendForce ประเมินว่า iPhone 18 Pro ความจุ 256GB จะมีต้นทุนชิ้นส่วน หรือ Bill of Materials (BOM) เพิ่มขึ้นประมาณ 38% เมื่อเทียบกับ iPhone รุ่นก่อนหน้า
นี่ถือเป็นการเพิ่มขึ้นในระดับที่ค่อนข้างสูง และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ TrendForce มองว่าการขึ้นราคาขายของ iPhone รุ่นใหม่เริ่มหลีกเลี่ยงได้ยาก
แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ Apple อาจไม่ได้ผลักต้นทุนทั้งหมดไปยังผู้บริโภค
TrendForce ระบุว่า Apple มีแนวโน้มใช้วิธี ยอมลด Gross Margin บางส่วน เพื่อช่วยควบคุมราคาขาย และรักษาความต้องการซื้อ รวมถึงปริมาณการจัดส่ง iPhone ในตลาดโลก
ดังนั้นจึงเกิดภาพที่น่าสนใจ:
ต้นทุน +38% ราคาขายอาจเพิ่มประมาณ 10–20%
ส่วนต่างที่เหลือ Apple อาจต้องเป็นผู้รับภาระบางส่วนเอง
แล้วทำไม Memory ถึงแพงขึ้นขนาดนี้?
นี่คือหัวใจสำคัญของเรื่อง
TrendForce ระบุว่าตลาด Memory เข้าสู่ช่วงขาขึ้นครั้งใหญ่ตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2025 และกำลังสร้างแรงกดดันต่อต้นทุนของสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่
สำหรับ iPhone Pro ความจุ 256GB นั้น ต้นทุน Memory ในไตรมาส 3 ปี 2026 ถูกประเมินว่า สูงขึ้นเกือบ 400% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ที่น่าสนใจคือ Memory กำลังเปลี่ยนจากการเป็นหนึ่งในต้นทุนส่วนประกอบทั่วไป กลายเป็นหนึ่งในต้นทุนหลักของเครื่อง
ข้อมูลจาก TrendForce ระบุว่า สัดส่วนต้นทุน Memory ต่อ BOM ของ iPhone Pro 256GB เพิ่มจากประมาณ 10% ในช่วงก่อนหน้า เป็นประมาณ 34% ในไตรมาส 3 ปี 2026
และหากแนวโน้มราคายังดำเนินต่อไป สัดส่วนดังกล่าวอาจเพิ่มขึ้นเกิน 40% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2027
AI กำลังทำให้ Memory แพงขึ้น?
คำถามต่อมาคือ แล้วอะไรทำให้ Memory มีราคาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว?
หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือ การเติบโตของ AI Infrastructure
Data Center สำหรับ AI ต้องใช้หน่วยความจำประสิทธิภาพสูงในปริมาณมหาศาล ทั้งสำหรับระบบประมวลผล AI และการจัดการข้อมูล ส่งผลให้ความต้องการ Memory เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
เมื่อความต้องการจากฝั่ง AI และ Data Center เพิ่มขึ้น ผู้ผลิต Memory จึงต้องจัดสรรกำลังการผลิตให้กับตลาดที่มีความต้องการสูง ขณะที่ตลาดสมาร์ตโฟนเองก็ยังต้องการ Memory มากขึ้นตามความสามารถของอุปกรณ์
ผลที่ตามมาคือ ต้นทุน Memory กลายเป็นแรงกดดันต่อผู้ผลิตสมาร์ตโฟนทั่วทั้งอุตสาหกรรม
TrendForce ระบุว่าราคาหน่วยความจำเพิ่มขึ้นประมาณ 5–7 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงต้นปี 2025 และแรงกดดันนี้ไม่ได้กระทบแค่ Apple แต่ผู้ผลิตสมาร์ตโฟน Android ก็มีแนวโน้มได้รับผลกระทบเช่นกัน
iPhone 18 ไม่ได้มีแค่เรื่องราคา
แม้ประเด็นราคาจะเป็นเรื่องใหญ่ แต่ iPhone 18 Pro และ Pro Max ก็ยังมีการอัปเกรดฮาร์ดแวร์หลายด้าน
TrendForce ระบุถึงการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ เช่น ชิป A20 Pro บนกระบวนการผลิต 2nm, ระบบระบายความร้อนที่ได้รับการปรับปรุง, หน้าจอ LTPO+ และกล้องหลักที่อาจมาพร้อมระบบรูรับแสงแบบปรับได้
นอกจากนี้ยังมีการปรับพื้นที่ภายในเพื่อรองรับแบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้น โดยเฉพาะในรุ่น Pro Max ที่คาดว่าจะได้ประโยชน์ด้านอายุการใช้งานแบตเตอรี่มากกว่า
อย่างไรก็ตาม TrendForce มองว่าการอัปเกรดโดยรวมอาจไม่ได้เป็นการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดดในทุกด้าน
แล้ว iPhone 18 รุ่นปกติจะขึ้นราคาด้วยหรือไม่?
ตรงนี้ต้องระวังเป็นพิเศษ
ตัวเลข 10–20% เป็นการคาดการณ์สำหรับ iPhone 18 รุ่นใหม่โดยภาพรวม แต่ไม่ได้หมายความว่า iPhone 18 ทุกรุ่นจะขึ้นราคา 20% เท่ากัน
อีกประเด็นที่สำคัญคือ Apple มีแผนปรับตารางเปิดตัว iPhone ตั้งแต่ปี 2026 โดยแบ่งการเปิดตัวออกเป็นสองช่วง
ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2026 คาดว่าจะเป็นคิวของ iPhone 18 Pro, iPhone 18 Pro Max และ iPhone 18 Fold ขณะที่ iPhone 18 รุ่นมาตรฐานและรุ่นอื่น ๆ คาดว่าจะตามมาในช่วงไตรมาสแรกของปี 2027
ดังนั้น หากกำลังรอ iPhone 18 รุ่นธรรมดา ยังไม่ควรนำตัวเลข 10–20% ไปใช้คำนวณราคาล่วงหน้าแบบฟันธง
ถ้าขึ้นจริง Apple จะขึ้นราคาเต็ม 20% หรือไม่?
มีโอกาสที่ราคาจะเพิ่มขึ้น แต่ ไม่ได้หมายความว่า Apple จะขึ้นเต็มตามต้นทุน
ตัวอย่างเช่น หากต้นทุนชิ้นส่วนเพิ่มขึ้น 38% แต่ Apple ขึ้นราคาขายประมาณ 10–20% นั่นหมายความว่า Apple กำลังรับภาระต้นทุนส่วนหนึ่งเอาไว้เอง
นี่เป็นกลยุทธ์ที่มีเหตุผลในเชิงธุรกิจ เพราะการขึ้นราคามากเกินไปอาจทำให้ผู้บริโภคชะลอการเปลี่ยนเครื่อง ซึ่งอาจกระทบทั้งยอดขายและส่วนแบ่งตลาด
TrendForce จึงมองว่า Apple น่าจะเลือกแนวทางที่ค่อนข้างระมัดระวัง โดยยอมเสีย Margin บางส่วนเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน
สรุป: iPhone 18 แพงขึ้น เพราะ Apple หรือเพราะ AI?
หากมองให้ลึกกว่าข่าวเรื่องราคา สิ่งที่เกิดขึ้นกับ iPhone 18 เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของผลกระทบจาก AI Boom ที่เริ่มส่งต่อมายังสินค้า Consumer
เมื่อ AI Data Center ต้องการ Memory จำนวนมหาศาล -> ความต้องการ Memory เพิ่มขึ้น -> ราคาหน่วยความจำสูงขึ้น -> ต้นทุนผลิตสมาร์ตโฟนเพิ่มขึ้น -> ผู้ผลิตต้องเลือกระหว่าง ขึ้นราคา ลดกำไร หรือรับภาระต้นทุนเอง
สำหรับ Apple ตอนนี้ TrendForce ประเมินว่า iPhone 18 อาจมีราคาสูงขึ้นประมาณ 10–20% ขณะที่ BOM ของ iPhone 18 Pro 256GB อาจเพิ่มขึ้นประมาณ 38%
แต่ทั้งหมดนี้ยังเป็น การคาดการณ์จาก TrendForce และไม่ใช่ราคาที่ Apple ประกาศอย่างเป็นทางการ ดังนั้นตัวเลขสุดท้ายยังต้องรอการเปิดตัวจริงของ Apple
สิ่งที่น่าจับตาจึงไม่ใช่แค่คำถามว่า “iPhone 18 จะแพงขึ้นกี่บาท?”
แต่คือคำถามที่ใหญ่กว่านั้นว่า
“เรากำลังเข้าสู่ยุคที่ AI จะทำให้สินค้าเทคโนโลยีที่เราใช้ทุกวันแพงขึ้นหรือไม่?”

Aruba Instant On 1930 48G 4SFP+ 370W Switch (JL686B)
Lenovo ThinkBook 14 G9 Core 5 210H/16GB/512GB SSD/14.0″/DOS (21UY00G8TA)
จอมอนิเตอร์ HP Series 3 Pro 324pf 23.8" FHD IPS 100Hz (9U5J5UT#AKL)
iPad 11" A16 | Wi-Fi 256GB - Silver (MD4G4TH/A)
Lenovo ThinkCentre Neo 50a 24 G6 AIO Ultra 7 256V/16GB/512GB SSD/23.8″/DOS (13QH004NTA)