หลังจาก Tim Cook ปิดฉากการทำหน้าที่ CEO ของ Apple มานานเกือบ 15 ปี เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2026 คนที่เข้ามารับไม้ต่อคือชายที่หลายคนอาจไม่คุ้นชื่ออย่าง John Ternus
วันที่ 1 กันยายน 2026 Ternus เข้ารับตำแหน่ง CEO ของ Apple อย่างเป็นทางการ และกลายเป็นผู้นำคนใหม่ของหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก
แต่คำถามคือ…
John Ternus คือใคร และทำไม Apple ถึงเลือกวิศวกรฮาร์ดแวร์คนนี้ขึ้นมารับไม้ต่อจาก Tim Cook?
John Ternus ไม่ใช่หน้าใหม่ของ Apple
แม้ชื่อของ Ternus จะไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้างเท่า Tim Cook หรือ Steve Jobs แต่เขาอยู่กับ Apple มานานถึง 25 ปี
Ternus เข้าร่วมทีม Product Design ของ Apple ในปี 2001 ก่อนจะก้าวขึ้นเป็น Vice President of Hardware Engineering ในปี 2013 และเข้าร่วมทีมผู้บริหารของ Apple ในปี 2021 ในตำแหน่ง Senior Vice President of Hardware Engineering
พูดง่าย ๆ คือ ก่อนจะมาเป็น CEO เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ในอาชีพอยู่กับ “เบื้องหลังผลิตภัณฑ์” ของ Apple
และนี่อาจเป็นเหตุผลสำคัญว่าทำไมเขาถึงถูกมองว่าเป็นคนที่เข้าใจผลิตภัณฑ์ของ Apple จากระดับวิศวกรรมโดยตรง
จากวิศวกรเครื่องกล สู่คนคุม Hardware ของ Apple
ก่อนเข้าทำงานกับ Apple Ternus เคยทำงานเป็นวิศวกรเครื่องกลที่ Virtual Research Systems
เขาจบการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านวิศวกรรมเครื่องกลจาก University of Pennsylvania ก่อนเข้าสู่เส้นทางสายเทคโนโลยีที่ Apple
เส้นทางของเขาจึงแตกต่างจาก CEO สายธุรกิจทั่วไป
Ternus เติบโตมาจากสาย Engineering และ Product Development โดยตรง
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขามีส่วนดูแลงาน Hardware ของผลิตภัณฑ์ Apple แทบทุกกลุ่ม ตั้งแต่ iPhone, iPad, Mac, Apple Watch ไปจนถึง AirPods และผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ
คนที่อยู่เบื้องหลัง iPad และ AirPods
หนึ่งในสิ่งที่ทำให้ประวัติของ Ternus น่าสนใจคือ เขาไม่ได้เพียงนั่งบริหารทีมวิศวกรรม แต่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์สำคัญหลายรุ่นของ Apple
Apple ระบุว่า Ternus มีบทบาทสำคัญในการเปิดตัวสายผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง iPad และ AirPods รวมถึงดูแลงานวิศวกรรมของผลิตภัณฑ์หลายรุ่นในกลุ่ม iPhone, Mac และ Apple Watch
ย้อนกลับไปในปี 2021 ตอนที่ Ternus ขึ้นมารับตำแหน่งหัวหน้าฝ่าย Hardware Engineering Apple ระบุว่าเขาเคยดูแลงานด้าน Hardware ของ AirPods รุ่นแรก และ iPad ทุกรุ่น รวมถึงเป็นผู้นำทีม Hardware ของ iPhone 12 และ iPhone 12 Pro
เขายังมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนผ่าน Mac จากชิป Intel มาสู่ Apple Silicon อีกด้วย
ดังนั้น ถ้ามองในมุมง่าย ๆ…
Ternus คือหนึ่งในคนที่รู้จัก “วิธีสร้างผลิตภัณฑ์ Apple” จากภายในบริษัทดีที่สุดคนหนึ่ง
ไม่ได้เก่งแค่เรื่องสเปก แต่เน้นความทนทานและการออกแบบ
อีกด้านที่น่าสนใจของ Ternus คือผลงานด้าน Reliability และ Durability
Apple ระบุว่าเขาเป็นผู้นำในหลายโครงการที่มุ่งทำให้ผลิตภัณฑ์มีความน่าเชื่อถือและทนทานมากขึ้น รวมถึงการนำเทคนิคใหม่ ๆ มาใช้ในการผลิต
เขายังผลักดันเรื่องวัสดุและการออกแบบ Hardware ที่ช่วยลด Carbon Footprint ของผลิตภัณฑ์ เช่น การพัฒนาส่วนผสมอะลูมิเนียมรีไซเคิลแบบใหม่ การใช้ Titanium ที่ผลิตด้วย 3D Printing ใน Apple Watch Ultra และการพัฒนาให้ผลิตภัณฑ์บางรุ่นสามารถซ่อมแซมได้ง่ายขึ้น
สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า Ternus ไม่ได้มอง Hardware แค่เรื่อง “แรงขึ้น” หรือ “บางลง” แต่ยังให้ความสำคัญกับ อายุการใช้งาน ความทนทาน และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ด้วย
แล้วทำไม Apple ถึงเลือกเขาเป็น CEO?
นี่คือประเด็นที่น่าสนใจที่สุด
Apple ไม่ได้เลือก Ternus เพียงเพราะเขาเป็นผู้บริหาร Hardware ที่มีประสบการณ์ แต่ดูเหมือนว่าบริษัทต้องการผู้นำที่เข้าใจแก่นของ Apple นั่นคือ การสร้างผลิตภัณฑ์ที่ผสาน Hardware, Software และประสบการณ์ผู้ใช้เข้าด้วยกัน
Arthur Levinson ซึ่งขณะนั้นเป็นประธานกรรมการของ Apple ระบุว่า Ternus มีทั้งความรักที่มีต่อ Apple ความเป็นผู้นำ ความรู้ทางเทคนิค และความมุ่งมั่นในการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยม จึงถูกมองว่าเป็นคนที่เหมาะสมที่สุดในการรับช่วงต่อจาก Cook
ที่สำคัญ Ternus เองก็เคยทำงานภายใต้ทั้ง Steve Jobs และ Tim Cook
ในคำกล่าวตอนรับตำแหน่ง เขาระบุว่าเขารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ทำงานภายใต้การนำของ Jobs และมี Cook เป็นที่ปรึกษา ก่อนจะก้าวขึ้นมารับบทบาทผู้นำของบริษัทด้วยตัวเอง
CEO คนใหม่ที่ต้องเจอกับโจทย์ใหญ่กว่าเดิม
แม้ Ternus จะรู้จัก Hardware ของ Apple เป็นอย่างดี แต่การเป็น CEO นั้นแตกต่างจากการเป็นหัวหน้าฝ่ายวิศวกรรมอย่างมาก
เขาต้องดูแลทั้งธุรกิจระดับโลก ตั้งแต่ iPhone, Mac และ Services ไปจนถึง Supply Chain ความสัมพันธ์กับรัฐบาล กฎระเบียบในแต่ละประเทศ และการแข่งขันด้านเทคโนโลยี
และหนึ่งในโจทย์ที่ใหญ่ที่สุดก็คือ AI
Apple กำลังอยู่ในช่วงที่ต้องเร่งพัฒนาความสามารถด้าน AI หลังจากคู่แข่งอย่าง Google, Microsoft และบริษัท AI รายอื่นเดินหน้าอย่างรวดเร็ว ขณะที่ Siri และกลยุทธ์ AI ของ Apple ยังถูกมองว่าเดินตามหลังคู่แข่งอยู่ในบางด้าน
นั่นทำให้การขึ้นเป็น CEO ของ Ternus เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สำคัญมาก
เขาอาจเก่งเรื่องการสร้าง Hardware แต่คำถามคือ…
เขาจะพา Apple ก้าวเข้าสู่ยุค AI ได้อย่างไร?
จากคนเบื้องหลัง สู่คนที่ต้องเป็น “หน้าของ Apple”
อีกความท้าทายหนึ่งคือ Ternus เป็นคนที่ค่อนข้างอยู่เบื้องหลังมาตลอด
เขาเคยปรากฏตัวในงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ของ Apple หลายครั้ง แต่ไม่เคยมีบทบาทต่อสาธารณะในระดับเดียวกับ Tim Cook
เมื่อขึ้นเป็น CEO สิ่งนี้จะเปลี่ยนไป
จากคนที่เคยพูดถึงรายละเอียดของ Hardware บนเวที เขาจะต้องกลายเป็นคนที่ตอบคำถามเกี่ยวกับ ทิศทางของ Apple ทั้งบริษัท
ทั้ง AI, iPhone, Mac, Services, Supply Chain, กฎระเบียบ ไปจนถึงอนาคตของผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ
และนั่นทำให้การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้น่าสนใจมาก
John Ternus อาจไม่ได้มา “เปลี่ยน Apple” แต่กำลังจะพา Apple ไปอีกขั้น
การเปลี่ยน CEO ครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า Apple จะเปลี่ยนแนวทางแบบพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ
ตรงกันข้าม การเลือก Ternus ซึ่งอยู่กับ Apple มานาน 25 ปี และเติบโตมาจากสาย Product Design และ Hardware อาจสะท้อนว่า Apple ต้องการ ความต่อเนื่อง แต่เพิ่มน้ำหนักไปที่ Product และ Engineering
Ternus เข้าใจวัฒนธรรมของ Apple จากภายใน
เขาเคยทำงานกับ Steve Jobs
เคยทำงานภายใต้ Tim Cook
และเคยมีส่วนร่วมกับผลิตภัณฑ์สำคัญของ Apple มาหลายยุค
แต่จากวันนี้เป็นต้นไป เขาจะไม่ได้เป็นเพียงคนที่ช่วยสร้างผลิตภัณฑ์อีกแล้ว
เขาคือคนที่ต้องตัดสินใจว่า Apple ควรสร้างอะไรต่อไป
และโจทย์ที่ใหญ่ที่สุดอาจไม่ใช่การทำให้ iPhone รุ่นใหม่บางลงหรือแรงขึ้น
แต่อาจเป็นคำถามว่า…
Apple จะสามารถกลับมาเป็นผู้นำในยุค AI ได้หรือไม่?
เพราะนี่คือ Apple ในยุคของ John Ternus — วิศวกรที่อยู่เบื้องหลังผลิตภัณฑ์มานานกว่า 25 ปี และวันนี้ต้องก้าวออกมาจากเบื้องหลัง เพื่อเป็นคนกำหนดอนาคตของบริษัทด้วยตัวเอง

TP-Link – Omada 24-Port Gigabit L2+ Managed Switch with 4 SFP Slots (SG3428)
Lenovo ThinkBook 14 G9 Core 5/16GB/512GB SSD/14.0"/Win Pro 11 (21UY00G9TH)
TP-Link AX1800 Ceiling Mount Dual-Band Wi-Fi 6 Access Point (EAP610)
Dell Pro Slim QCS1250 Ultra 5 225/16GB/512GB SSD/Win11Pro (SNSQCS125025)
HP Pro TWR 4G1i AI PC Intel Ultra 5 235/16GB/512GB SSD/Win11Home (D8YP1PT#AKL)
iPadAir 11" | Wi-Fi 128GB - Purple (MCA04TH/A)
TP-Link – Omada 16-Port Gigabit Easy Managed Switch (ES216G)