หลังจากบริหาร Apple มานานเกือบ 15 ปี ในที่สุด Tim Cook ก็สิ้นสุดการทำหน้าที่ในฐานะ CEO ของ Apple โดยวันที่ 31 สิงหาคม 2026 ถือเป็นวันสุดท้ายของเขาในตำแหน่ง ก่อนที่ John Ternus จะเข้ารับตำแหน่ง CEO คนใหม่อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กันยายน
แต่การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า Tim Cook จะจาก Apple ไปไหน เพราะเขาจะยังคงอยู่กับบริษัทในตำแหน่ง Executive Chairman หรือประธานกรรมการบริหาร และยังมีบทบาทช่วยดูแลบางเรื่องของบริษัท โดยเฉพาะการประสานงานกับผู้กำหนดนโยบายทั่วโลก
นี่จึงไม่ใช่การ “บอกลา Apple” ของ Tim Cook แต่เป็นการปิดฉาก ยุคหนึ่งของ Apple และเปิดทางให้ผู้นำคนใหม่เข้ามารับช่วงต่อ
จากวันที่รับไม้ต่อ Steve Jobs สู่การเป็นผู้นำ Apple นาน 15 ปี
Tim Cook เข้ารับตำแหน่ง CEO ของ Apple ในปี 2011 หลังจาก Steve Jobs ก้าวลงจากตำแหน่ง
ตอนนั้นการรับไม้ต่อจาก Jobs ถือเป็นงานที่ไม่ง่ายเลย เพราะ Apple ถูกผูกเข้ากับตัวตนและวิสัยทัศน์ของ Jobs อย่างมาก
แต่ Cook เลือกเดินเกมในแบบของตัวเอง
แทนที่จะพยายามเป็น Steve Jobs คนที่สอง เขาเน้นเรื่องที่ตัวเองเชี่ยวชาญ ทั้งการบริหารองค์กร การจัดการซัพพลายเชน การขยายธุรกิจ และการสร้างระบบนิเวศของ Apple ให้แข็งแกร่งขึ้น
ตลอดระยะเวลาที่เขาดำรงตำแหน่ง CEO Apple ไม่ได้เติบโตขึ้นเพียงแค่ยอดขาย iPhone แต่ยังขยายธุรกิจไปยังผลิตภัณฑ์และบริการอีกหลายด้าน เช่น Apple Watch, AirPods, Apple Vision Pro, Apple Music, Apple TV และบริการต่าง ๆ ในกลุ่ม Apple Services
15 ปีของ Tim Cook เปลี่ยน Apple ไปมากแค่ไหน?
ตัวเลขจาก Apple แสดงให้เห็นภาพการเติบโตของบริษัทได้ค่อนข้างชัดเจน
เมื่อ Cook เข้ารับตำแหน่ง CEO ในปี 2011 Apple มีมูลค่าตลาดประมาณ 350,000 ล้านดอลลาร์
แต่เมื่อถึงช่วงสิ้นสุดยุคของเขา มูลค่าตลาดของ Apple ขยับขึ้นมาแตะระดับ 4 ล้านล้านดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้นมากกว่า 1,000%
ด้านรายได้ต่อปีของบริษัทก็เติบโตจากประมาณ 108,000 ล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณ 2011 เป็นมากกว่า 416,000 ล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณ 2025
นอกจากนี้ Apple ยังขยายฐานผู้ใช้งานอย่างต่อเนื่อง จนมีอุปกรณ์ที่ใช้งานอยู่ทั่วโลกมากกว่า 2.5 พันล้านเครื่อง และขยายธุรกิจไปแล้วมากกว่า 200 ประเทศและดินแดน
พูดง่าย ๆ คือ Tim Cook ไม่ได้เพียงรักษา Apple ที่ Steve Jobs สร้างไว้ แต่เขาขยาย Apple ให้กลายเป็นบริษัทเทคโนโลยีที่มีธุรกิจหลากหลายและมี Ecosystem ขนาดมหาศาล
จาก iPhone สู่ยุคของ Apple Silicon และ Services
หนึ่งในภาพจำสำคัญของ Apple ยุค Tim Cook คือการลดการพึ่งพา iPhone เพียงอย่างเดียว
Apple เดินหน้าขยายธุรกิจ Services อย่างจริงจัง ทั้ง iCloud, Apple Music, Apple TV, Apple Pay และบริการอื่น ๆ จนกลุ่ม Services กลายเป็นธุรกิจขนาดใหญ่มากของบริษัท โดย Apple ระบุว่าปัจจุบันธุรกิจนี้สร้างรายได้มากกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี
อีกจุดเปลี่ยนสำคัญคือ Apple Silicon
การพัฒนาชิปของ Apple เองทำให้บริษัทสามารถควบคุมทั้ง Hardware และ Software ได้ลึกยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่ม Mac ซึ่งเปลี่ยนจากการใช้ชิป Intel มาเป็นชิปที่ Apple ออกแบบเอง
นี่เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนแนวทางของ Cook ได้ดี เพราะ Apple ไม่ได้แข่งขันด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เพียงอย่างเดียว แต่ยังลงทุนสร้างเทคโนโลยีพื้นฐานของตัวเองเพื่อควบคุมประสบการณ์ของผู้ใช้ตั้งแต่ต้นจนจบ
ผลงานของ Tim Cook ไม่ได้มีแค่ตัวเลข
แม้ตัวเลขทางธุรกิจจะโดดเด่น แต่สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือผลิตภัณฑ์และหมวดธุรกิจใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในยุคของ Cook
Apple Watch และ AirPods กลายเป็นผลิตภัณฑ์สำคัญของ Ecosystem ขณะที่ Apple Vision Pro ก็เป็นความพยายามของ Apple ในการเข้าสู่ตลาด Spatial Computing และเทคโนโลยีรูปแบบใหม่
ในขณะเดียวกัน Apple ยังให้ความสำคัญกับเรื่อง Privacy, สิ่งแวดล้อม และการลด Carbon Footprint มากขึ้น รวมถึงการใช้วัสดุรีไซเคิลและการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น
ดังนั้นมรดกของ Tim Cook จึงไม่ได้อยู่แค่ “Apple ขาย iPhone ได้มากขึ้น” แต่รวมถึงการเปลี่ยน Apple ให้เป็นบริษัทที่มีทั้ง Hardware, Software และ Services ทำงานร่วมกันเป็น Ecosystem เดียว
วันสุดท้ายของ Tim Cook: “ตำแหน่งของผมเปลี่ยน แต่ความรักที่มีต่อ Apple ไม่เปลี่ยน”
ในวันที่ 31 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันสุดท้ายในตำแหน่ง CEO Cook ได้ส่งข้อความถึงพนักงาน Apple เพื่อขอบคุณทีมงานและพูดถึงการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญนี้
Cook บอกว่าเขารู้ดีว่าวันนี้จะมาถึงสักวันหนึ่ง แต่เมื่อมันมาถึงจริง ๆ ก็ยังรู้สึกยากที่จะเชื่อ และย้ำว่าเขารัก Apple รวมถึงทีมงานของบริษัทอย่างมาก
เขายังแสดงความมั่นใจต่อ John Ternus อย่างชัดเจน โดยมองว่า Ternus เป็นคนที่เข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าการสร้างผลิตภัณฑ์ที่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกนั้นต้องทำอย่างไร
ในข้อความถึงชุมชน Apple บนโซเชียลมีเดีย Cook ยังกล่าวในทำนองว่า ตำแหน่งของเขาจะเปลี่ยนในวันรุ่งขึ้น แต่ความรักที่มีต่อชุมชน Apple จะไม่เปลี่ยนแปลง
และนั่นอาจเป็นคำอธิบายที่ตรงที่สุดสำหรับการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้
Tim Cook ไม่ได้กำลังบอกลา Apple แต่กำลังเปลี่ยนบทบาทใน Apple
จาก Tim Cook สู่บทใหม่ของ Apple
วันที่ 1 กันยายน 2026 จึงถือเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญในประวัติศาสตร์ของ Apple
หลังจาก Tim Cook นั่งเก้าอี้ CEO มานานเกือบ 15 ปี ตำแหน่งดังกล่าวจะถูกส่งต่อให้ John Ternus อดีตรองประธานอาวุโสฝ่าย Hardware Engineering ของ Apple ซึ่งได้รับการวางตัวเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งมาตั้งแต่ Apple ประกาศแผนการเปลี่ยนผ่านในเดือนเมษายน
ส่วน Cook จะยังอยู่ในบริษัทในฐานะ Executive Chairman และมีส่วนช่วยในบางด้านของ Apple ต่อไป
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ “Apple จะเป็นอย่างไรเมื่อไม่มี Tim Cook เป็น CEO?”
แต่คือ
“Apple ในยุค John Ternus จะเดินต่อจากมรดก 15 ปีของ Tim Cook ไปในทิศทางไหน?”
โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ Apple กำลังเผชิญกับการแข่งขันด้าน AI อย่างเข้มข้น และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
